6 สุดยอดเทคโนโลยี พัฒนาทักษะดิจิทัล – Digital Marketing

ทักษะดิจิทัล

6 สุดยอดเทคโนโลยีพัฒนา ทักษะดิจิทัล ในตัวคุณ

6 สุดยอดเทคโนโลยีการฝึกอบรมที่คุณมองข้ามไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีกำลังปฏิวัติวิธีการและกลยุทธ์การเรียนรู้ขององค์กร ให้พนักงานได้ มีประสิทธิภาพ ทักษะดิจิทัล มากที่สุด

โลกใบนี้กำลังกลายเป็นดิจิทัลมากขึ้น ในฐานะคนทำงาน เจ้าของกิจการ หรือคุณจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ทุกคนล้วนต้องการความสามารถในการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการข้อมูลบนคลาวด์ ทำงานระหว่างเดินทางผ่านสมาร์ทโฟน การมีส่วนร่วมของผู้คนบนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย

ก่อนหน้านี้จากการสำรวจข้อมูลของกลุ่ม Gartner ที่ประกอบไปด้วย ฟอร์บส์ (Forbes) และไอดีที (IDT) ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในศตวรรษที่ 21 เพื่อรองรับเข้าสู่ยุคดิจิทัลหรือ Era Digital ประกอบไปด้วย การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity), การวิเคราะห์กลุ่มข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics), อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things), ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และการประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing)

ทำให้การมีทักษะทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ จะช่วยให้คุณรักษาความได้เปรียบในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

แต่คำถามที่ตามมาคือ แล้วจะมีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่ช่วยพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อการทำงานบ้าง?

หันซ้าย หันขวา กันได้เลย เพราะเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเรื่องธรรมดาที่อยู่ในชีวิตประจำวันและคุณสามารถเรียนรู้ได้จากรอบตัว บางสิ่งที่เห็นทุกวันจนกลายเป็นวัฒนธรรมการทำงานนั่นแหละ

เทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราเกือบทุกด้าน ใช่ การฝึกอบรมและการพัฒนาก็ไม่มีข้อยกเว้น

มาดูกันดีกว่าว่าแนวโน้มเทคโนโลยีชั้นนำที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการฝึกอบรมและพัฒนามีอะไรบ้าง

Mobile learning.

อย่าปฏิเสธเลยว่าเด็กยุคนี้เรียนกันผ่านสมาร์ทโฟน หรือแม้แต่พวกเราเองตอนทำงานก็ตาม ซึ่งเหตุผลก็เป็นเพราะว่าเราสามารถเข้าถึงมันได้มากขึ้น ซึ่ง ‘Hootsuite’ ผู้ให้บริการระบบจัดการ Social Media และ Marketing Solutions ได้รวบรวมสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก พบว่า ปัจจุบัน เรากำลังอยู่ในยุค ‘Mobile First’ ที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนทั่วโลก หันมาเลือกเข้าผ่าน Mobile Device กันมากขึ้น

และมีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยสูงถึง 93.61 ล้านเลขหมาย มากกว่าจำนวนประชากรทั้งประเทศ

การใช้สมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลายทำให้องค์กรยกระดับเทคโนโลยีการเรียนรู้ผ่านสมาร์ทโฟนได้ เพื่อฝึกอบรมพนักงานของพวกเขา และยังทำให้ผู้เรียนไม่โดนจำกัดเวลาและสถานที่ และการเรียนรู้ผ่านมือถือจะเป็นสื่อกลางในการเข้าถึงกลุ่มพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและเชื่อมต่อแบบดิจิทัลมากขึ้น มีการประเมินว่าอุตสาหกรรมการเรียนรู้ผ่านสมาร์ทโฟนจะเติบโตเป็นมูลค่ามากกว่า 37 พันล้านดอลลาร์ในปี 2563

Video-based training.

ยูทูบ (YouTube) กลายเป็นสื่อการเรียนการสอนเสมือนแหล่งรวมวิดีโอให้ความรู้เชิงลึกภายนอกห้องเรียนไปแล้ว ส่งผลให้การสตรีมออนไลน์โดย YouTube กลายเป็นเครื่องมือค้นหายอดนิยมอันดับสองรองจาก Google และตอนนี้ก็ไม่ได้แค่ YouTube เท่านั้น เพราะ Facebook Live Streaming IG ฯลฯ ก็กลายเป็นแหล่งพัฒนาความรู้ How to เต็มไปหมด

เทคโนโลยีการฝึกอบรมแบบออนไลน์ส่งผลให้หลายๆ องค์กรสร้างโปรแกรมการฝึกอบรมผ่านวิดีโอที่มีราคาไม่แพงและทันสมัยซึ่งไม่เพียง แต่จะใช้ในหลักสูตรออนไลน์เท่านั้น เพราะการประชุมผ่านวิดีโอ หรืออบรมผ่าน Conferencing ที่มีการใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น Google Hangout และ Skype ก็กำลังกลายเป็นเครื่องมือในการฝึกอบรมและประชุมที่ลดต้นทุนได้อย่างมาก

Virtual environment and avatars.

จะดีแค่ไหนถ้าเกิดคุณว่ายน้ำไม่เป็นเลย แต่อยากไปเรียนรู้ท่องโลกร้อนเรื่องขยะใต้ท้องทะเลโดยโค้ช AI ที่ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็น Avatar ผ่านแว่น VR และสามารถมีส่วนร่วมกับผู้เรียนเสมือนมนุษย์จริง! ใช่แล้วและไม่ใช่แค่ VR เท่านั้นที่สามารถนำสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เสมือนจริงของการฝึกอบรมในห้องเรียนแบบดั้งเดิมมาสู่โลก e-Learning แต่ยังรวมถึง Avatar มนุษย์ในรูปแบบการ์ตูนตัวละคร 3 มิติที่สอนและมีส่วนร่วมกับผู้เรียนในระหว่างกระบวนการฝึก

ซึ่งตอนนี้บริษัทระดับโลกต่างๆ กำลังสำรวจแพลตฟอร์มเสมือนออนไลน์ อาทิ เกม Unity เกม Minecraft และโปรแกรม Second Life จำลองสังคม 3 มิติ หรือ Virtual World (โลกเสมือนจริง) และอื่นๆ เพื่อทดสอบการฝึกอบรมและกำลังสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงที่คล้ายกัน นำความเป็นมนุษย์เข้ามาสู่สภาพแวดล้อม e-Learning แบบดิจิทัล นอกจากนี้ บริษัทอย่าง IBM และ Cisco กำลังใช้แพลตฟอร์มเสมือนจริง เพื่อประชุม สัมภาษณ์ และการฝึกอบรมพนักงาน

HTML 5 and responsive design.

การเรียนรู้ผ่านมือถือช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนหลักสูตรการฝึกอบรมได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่องค์กรต่างๆ จะต้องพิจารณาจากผู้ใช้ เพื่อทำการจัดส่งเนื้อหา (Content) ได้ทุกอุปกรณ์พกพา ภาษามาร์กอัปหรือ HTML5 เป็น HTML เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ทุกแพลตฟอร์ม ทุกอุปกรณ์ และเบราว์เซอร์ HTML5 สามารถปรับเปลี่ยนได้และเร็วขึ้นให้ความสามารถในการออกแบบประสบการณ์ (UX/UI) ที่ตอบสนอง เพื่อให้ Users เข้าชมเว็บไซต์แล้วพบกับ Content เหมาะสมที่สุดตามขนาดหน้าจอและความละเอียดของอุปกรณ์ และยังสามารถปรับเปลี่ยนการวาง Content  ได้ตามความสามารถของอุปกรณ์คุณสมบัติและมอบประสบการณ์การใช้เว็บไซต์งานที่ราบรื่นและสม่ำเสมอ ที่สำคัญที่สุดก็คือการที่เก็บข้อมูลออฟไลน์และการจัดการข้อมูลสามารถเกิดขึ้นได้แม้ว่าผู้ใช้จะไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

Automation and adaptive learning.

“AI ที่ใช้ใน Google แปลภาษา มีแนวโน้มที่จะสร้างภาษาลับในตัวเอง”

“Facebook ปิดระบบ AI ในศูนย์วิจัยของตัวเอง หลังพบว่ามันเริ่มคิดค้นภาษาใหม่มาสื่อสารกันเองโดยเฉพาะ”

เคยได้ยินข่าวอะไรทำนองนี้กันไหม?

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่คอมพิวเตอร์พยายามจะเรียนรู้และเริ่มประยุกต์การใช้งานด้วยตัวเอง ก่อนหน้านี้ ประมาณปี 2012 นักวิจัยได้นำเทคโนโลยี Deep Learning มาประยุกต์ โดยการให้เครื่องคอมพิวเตอร์ดักจับวัตถุชนิดต่างๆ จากรูปภาพโดยอัตโนมัติ (คล้ายที่ Facebook สามารถ Tag หน้าเราและเพื่อนได้เองนั้นแหละ) โดยใช้ข้อมูลจาก Big Data และยังใช้เทคโนโลยีและการฝึกเครื่องคอมพิวเตอร์ในลักษณะเดียวกันกับการถอดเสียงพูดของมนุษย์ให้เป็นตัวอักษรได้โดยอัตโนมัติ (แบบ Google Translate นั่นแหละ) เรียกได้ว่าปฏิวัติวงการของ AI เลยทีเดียว ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้เราค้นหาบทเรียนที่ต้องการและยังรวมถึงแหล่งข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ได้

Big Data.

เมื่อทุกอย่างถูกจัดเก็บผ่านดิจิทัลมากขึ้น คุณจะพบกับข้อมูลเชิงลึกที่ซ่อนอยู่ในพฤติกรรมของผู้เรียน เช่น User นี้ดู VDO e-Learning จบหรือไม่และการทดสอบหลังจากเรียนผ่านดิจิทัลไปแล้วผลออกมาอย่างไร หรือเขาสนใจเรียนเรื่องอะไร เก่งเรื่องอะไร และอ่อนเรื่องอะไรมากที่สุด จากนั้นก็ประมวลผลออกมา เพื่อพัฒนาสร้างหลักสูตรการฝึกอบรมที่ปรับตามความต้องการ โดยอ้างอิงจากข้อเท็จจริงและข้อมูลเชิงลึกของพฤติกรรมของผู้เรียนนั่นเอง

ใบรับรองคุณวุฒิ Digital Marketing Certificate สำหรับนักการตลาดออนไลน์มืออาชีพ

รู้จักเรามากขึ้น

ใบรับรองคุณวุฒิ Digital Marketing Certificate โดย ICDL Thailand by DBC คือ โอกาสที่ดีที่สุด สำหรับนักการตลาดออนไลน์มืออาชีพ ที่เป็นหนึ่งในเครื่องหมาย (Signal) ให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Human Resource) ของบริษัทชั้นนำทั่วโลก รวมถึงบริษัทระดับขนาดกลางขนาดย่อมใช้ นอกเหนือจากเครื่องหมาย (Signal) อื่น อย่างเช่น สถาบันการศึกษา และระดับปริญญา เพื่อเลือก The Best Candidate เข้ามาทำงาน

มาค้นพบคำตอบว่า คุณคือตัวจริง แค่ไหนในสายงาน Digital Marketing ด้วยมาตรฐานครอบคลุมทักษะที่สำคัญและแนวคิดหลักการที่เกี่ยวข้องกับการตลาดดิจิทัล อาทิ Marketing Concept, Web Presence, Social Media Setup, Social Media Management, Online Marketing and Advertising, Analytics ฯลฯ

เพราะความรู้และสุขภาพ คือ การลงทุนที่จะไม่มีใครแย่งไปจากคุณได้ อย่าลืมว่าตัวคุณคือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด

นำหน้าคนอื่นก่อนใคร

ด้วย โอกาส’ ที่ดีกว่าเดิม

X