รู้แต่ต้องซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊ก รู้แต่ต้องทำ SEO แล้วรู้ไหมทำไมต้องทำ?

Objective Digital Marketing

Digital Marketing คือ การทำการตลาดออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย โฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นตัวช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค

และอย่างที่หลายคนทำทราบการทำการตลาดออนไลน์ จะต้องมีโฆษณาบนเฟซบุ๊ก ต้องทำ SEO ต้องมีเว็บไซต์ แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าแล้วทำไมต้องมี มีไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ก่อนที่จะลงมือทำอะไรสักอย่าง เราก็จะต้องทราบที่มาที่ไป เพื่อให้ประสบความสำเร็จและไม่หลุดวัตถุประสงค์หลัก

ใช่ เจ้าวัตถุประสงค์นี่แหละเป็นคำตอบของการกระทำทั้งหมดบนการตลาดในโลกดิจิทัล ว่าสุดท้ายแล้วทำไมเราต้องซื้อโฆษณา ทำไมเราต้องมีเว็บไซต์ ทำไมต้องทำ SEO

วิธีการทำตลาดดิจิทัลแบบต่างๆ

1) Search Engine Optimization (SEO)

การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหาหรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็น SEO เป็นหนึ่งในเทคนิคการตลาดดิจิทัลที่ใช้มากที่สุด เป็นการเพิ่มการเข้าถึงเว็บไซต์แบรนด์ของคุณโดยเครื่องมือค้นหา (search engines)

เป้าหมายของการทำ SEO ก็คือ การให้กลุ่มเป้าหมายค้นหาธุรกิจของคุณเจอผ่านคีย์เวิร์ด

โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ On-page ปจจัยที่ควบคุมได้หรือคุณภาพคอนเทนต์บนเว็บไซต์ และ Off-page ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือการเชื่อมลิงก์ภายนอกเว็บไซต์เข้ามาที่เว็บไซต์

สมมติว่า คุณต้องการค้นหาโรงแรมในพัทยา สิ่งแรกที่เขาจะทำคือค้นหาสิ่งนี้ใน Google เพราะฉะนั้น SEO จึงสำคัญมาก

อย่างไรก็ตามโปรดทราบว่า SEO คือกระบวนการที่ต้องใช้เวลา การปรับปรุงหน้าเว็บไซต์และคอนเทนต์จึงจะไม่ได้แสดงผลบนหน้าแรกได้ชั่วข้ามคืน

2) Social Media Marketing

จัดว่าเป็นกลยุทธ์ที่พบได้บ่อยที่สุด เช่น Facebook Instagram, Twitter และอื่นๆ ทำเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ เนื่องจากประชาชนบนโลกนี้เกือบทั้งหมดมีบัญชีของตนเองในเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งเครือข่าย ดังนั้นคุณจึงมีกลุ่มผู้ใช้งานมากมายที่จะกำหนดเป้าหมายสำหรับธุรกิจของคุณ ในแต่ละภูมิภาค อายุเพศ และแม้แต่คนที่มีความสนใจเฉพาะ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่คลิกปุ่ม

ข้อดีของการทำการตลาดแนวนี้คือ แค่พอมีทักษะอินเทอร์เน็ตขั้นพื้นฐาน ก็สามารถจัดการการตลาดโซเชียลมีเดียได้แล้ว เช่น สร้างโปรไฟล์บริษัท, โพสต์เป็นประจำ, คอยตอบคำถามกับผู้ติดตามและลูกค้าประจำ ฯลฯ ส่วนงานที่ความซับซ้อนเล็กน้อยเช่นการโฆษณาแบบจ่ายเงินบนแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจ ต้องการความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

3) Paid Advertising

การโฆษณาแบบบเสียเงินเป็นหนึ่งในวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการและทำการตลาดผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ คุณเพียงแค่ต้องสร้างโฆษณา เลือกกลุ่มเป้าหมายตามสถานที่ตั้ง ข้อมูลประชากร ความสนใจ ฯลฯ กำหนดงบประมาณของแคมเปญ

หนึ่งในแพลตฟอร์มโฆษณาที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ Google Adwords คุณสามารถใช้ Google AdWords เพื่อแสดงโฆษณาบนหน้าการค้นหา (SEM) หรือซื้อโฆษณาเพื่อเผยแพร่ผ่านคอนเทนต์บน YouTube Facebook, Twitter, Linkedin, Quora และเครือข่ายโซเชียลอื่นๆ อีกมากมายให้บริการโฆษณาแบบชำระเงิน

นอกจากนี้คุณยังสามารถทำการโฆษณาโดยตรงกับ Influencer และ Blogger ที่คุณสนใจ

4) Affiliate Marketing

Affiliate Marketing คือนายหน้าโฆษณาออนไลน์ จะเรียกเก็บเงินแบรนด์ก็ต่อเมื่อขายสินค้าได้ ซึ่งเว็บไซต์ที่ผลิตข่าวออนไลน์ ดูหนัง ฯลฯ สามารถสร้างช่องทางรายได้เสริมจากโมเดลนี้ได้ หรือแม้แต่เว็บไซต์ e-Commerce เบอร์ต้นของโลกอย่าง Lazada และ Amazon ยังมีระบบ Affiliate Marketing เป็นช่องทางรายได้เพิ่มเติมนอกจากการเป็นแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ

5) Email Marketing

นี่เป็นอีกวิธีการตลาดดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพมาก ในการนี้จะใช้อีเมลเพื่อเข้าถึงลูกค้าโดยตรง การตลาดผ่านอีเมลสามารถทำได้ภายในหรือโดยหน่วยงานภายนอก หากคุณมีฐานข้อมูลอีเมลของลูกค้าปัจจุบันของคุณ

ความท้าทายที่สำคัญในการทำการตลาดผ่านอีเมลคือการทำให้แน่ใจว่าอีเมลที่ส่งไปยังกล่องจดหมายของลูกค้า แทนที่จะเข้าไปในโฟลเดอร์สแปม

นอกเหนือจากสื่อการตลาดดิจิทัลที่ระบุไว้ข้างต้นแล้วยังมีเทคนิคอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การประชาสัมพันธ์ออนไลน์ การทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ฯลฯ ซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของการตลาดดิจิทัล

ตัวอย่างการกำหนดวัตถุประสงค์และนำนำวิธีการทำการตลาดดิจิทัลมาใช้

วัตถุประสงค์ของการตลาดดิจิทัลอาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงสำหรับธุรกิจประเภทต่างๆ ตัวอย่างเช่น หากขายเสื้อผ้า เป้าหมายของการตลาดดิจิทัลสำหรับคุณอาจแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เมื่อเทียบกับบริษัทที่อยู่ในธุรกิจขายรถยนต์

ทำให้ความต่าง คือ ขายเสื้อผ้าลูกค้าสามารถตัดสินใจและทำการสั่งซื้อออนไลน์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่การขายรถยนต์สื่อออนไลน์ทำหน้าที่เป็นเพียงสร้างลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเท่านั้น และต้องมาสอบถาม ผลิตภัณฑ์หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งการซื้อจริงเกิดขึ้นผ่านทางออฟไลน์

1) เพิ่มยอดขาย

นี่คือหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของการตลาดดิจิทัล เนื่องจากคุณจะใช้ประโยชน์จากทรัพยากร – เวลาและเงินในการตลาดดิจิทัล คุณจะคาดหวังว่าการขาย เช่น การซื้อโฆษณาบน Facebook แต่อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าไม่ใช่ว่าแคมเปญทั้งหมดจะส่งผลให้เกิดการขาย การขายจะเกิดก็ต่อเมื่อเป็นผลมาจากแคมเปญของคุณ ซึ่งอาจดึงดูดลูกค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมให้คุณในอนาคต ผ่านการสร้างแคมเปญ Conversion, การมีส่วนร่วม และการรับรู้ถึงแบรนด์

ตัวอย่าง

คุณเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ที่จำหน่ายผลไม้แห้ง  คุณซื้อโฆษณาบน Facebook แบบวัตถุประสงค์ Click เพื่อให้คนเข้าเว็บไซต์ ซึ่งอาจซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณโดยชำระเงินออนไลน์และจากนั้นคุณสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ผ่านผู้ให้บริการจัดส่ง

2) Online to Offline

การขายของไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากคุณสามารถขายของได้บนเว็บไซต์ เพราะคุณสามารถชำระเงินและจัดส่งสินค้าได้ทันที แต่หากคุณทำออฟไลน์ละ?

ตัวอย่าง

คุณเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่ขายรถยนต์ใหม่ & มือสองในโชว์รูมของคุณ คุณจึงวัตถุประสงค์การโฆษณาแบบการรับรู้ถึงแบรนด์บน Facebook และบน Google AdWords เวลาคนค้นหาบน search engines เพื่อสร้างโอกาสในการขาย โดยโอกาสในการขายเหล่านี้เกิดขึ้นจากการที่ลูกค้ากรอกแบบฟอร์มแล้วทิ้งข้อมูลติดต่อไว้ เพื่อรับข้อเสนอพิเศษ

3) ทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในแบรนด์ของคุณ

ธุรกิจส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าใหม่โดยทั่วไปค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามตลาดในปัจจุบันมีตัวเลือกผลิตภัณฑ์นับร้อยนับพันทำให้ยากต่อการรักษาลูกค้า แม้ว่าคุณจะมีผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องจับตาดูต้นทุนค่าใช้จ่ายในการหาลูกค้าใหม่ เพื่อให้ไม่ต้องใช้จ่ายมากเกินไป

หนึ่งในวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการลดต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่คือการใช้การตลาดดิจิทัล ช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่ ได้เร็วกว่ามากเมื่อเทียบกับการตลาดแบบดั้งเดิม และในราคาที่ต่ำกว่า

ทำให้คุณต้องแน่ใจว่า ลูกค้าเชื่อมต่อกับแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ของคุณ ซึ่งการตลาดดิจิทัลมีประโยชน์มากในกรณีเช่นนี้

การตลาดโซเชียลมีเดียเป็นสื่อที่ดีที่สุดสำหรับแคมเปญดังกล่าว คุณสามารถเรียกใช้แคมเปญเฉพาะอย่าง วัตถุประสงค์ re-targeting โดยใช้ Adwords หรือ Facebook / Instagram สำหรับลูกค้าปัจจุบันหรือผู้ที่เคยเป็นผู้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์ของคุณ ให้ทราบว่าคุณมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ข้อเสนอใหม่ และข้อเสนออื่นๆ มาแนะนำ

ระบบจะแสดงโฆษณาชิ้นใหม่ไปยังกลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย ขณะที่พวกเขาเล่นสื่อสังคมออนไลน์ ล็อก หรือเว็บไซต์อื่นๆ สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกค้ายังคงมีส่วนร่วมกับแบรนด์ของคุณและเพิ่มโอกาสในการซื้อครั้งต่อไป

ตัวอย่าง

คุณเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ มีกลุ่มเป้าหมายที่เคยเข้าเว็บไซต์ดู ดูผลิตภัณฑ์บางอย่าง แต่ยังไม่ได้ซื้ออะไรเลย เราก็ซื้อพื้นที่สื่อโดยการนำเสนอลิตภัณฑ์เดียวกับที่เขาเรียกดูบนเว็บไซต์ของ เพื่อคุณเพิ่มโอกาสในการซื้อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

X