วิธีเพิ่ม Organic Traffic เข้าเว็บไซต์แบบไม่ต้องจ่ายตัง!

วิธีเพิ่ม Organic Traffic เข้าเว็บไซต์แบบไม่ต้องจ่ายตัง!

พบกับวิธีการเพิ่มคนเข้าเว็บไซต์แบบไม่ต้องเสียเงินซื้อ (Organic Traffic) ที่มีทั้งเทคนิคและแทคติก! และหลายวิธีถูกมองข้าม!

การเข้าชม 51% บนเว็บไซต์มาจากช่องทางโดย Organic search และยังสร้างรายได้ 40% นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม นักการตลาดออนไลน์มีความต้องการสร้าง Organic Traffic  และอยากให้เว็บไซต์ตัวเองติดหน้าแรกของ Google เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานแบบทวีคูณ โดยเฉพาะการที่เว็บไซต์อยู่ 1 ใน 3 อันดับของหน้าแรก

เพราะความท้าทายที่สุดของคนทำการตลาดคือการที่ลูกค้าค้นหาแล้วควรจะเจอเรา ไม่ใช่คู่แข่ง

ทุกวินาทีมีการค้นหา 67,000 รายการบน Google นั่นคือ 67,000 คนทั่วโลกที่มีคำถามหรือข้อสงสัย นั่นคือคน 67,000 คนที่กำลังมองหาคำตอบ ขึ้นอยู่กับคุณที่จะเป็นทางออกของพวกเขาหรือไม่

และนี่คือวิธีที่คุณจะสามารถนำไปปรับใช้ได้

สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

พยายามเขียนและเผยแพร่คอนเทนต์บ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความเป็นผู้นำ หรือสร้างการรับรู้ว่าแบรนด์ของคุณคือผู้ที่รู้จริง พยายามเป็น Content Expert เพื่อที่จะสามารถ Influence ทางความคิดกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดได้ ซึ่งการโพสต์บทความบนเว็บไซต์มากเท่าไหร่ จะยิ่งมีโอกาสเพิ่มปริมาณผู้ใช้มากขึ้นเท่านั้น

การทำ SEO ไม่ใช่การทำ SEO

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า SEO ที่ดีคือการไม่ทำให้ดูเหมือนว่ากำลังทำ SEO อยู่

SEO ต้องเกิดจากความชอบของลูกค้า เมื่อเข้าเว็บไซต์และเจอกับประสบการณ์ที่ดีบนเว็บไซต์ของเรา เราต้องทำคอนเทนต์ให้คนชอบมากกว่า คอมพิวเตอร์ชอบ เนื่องจากอัลกอริทึ่มเปลี่ยนไปแล้ว และโลกนี้ไม่ได้มี search engine แค่ Google เท่านั้น หากคุณไม่เชื่อ

นี่คือส่วนแบ่งตลาดของ search engine ในปี 2018

ส่วนแบ่งตลาดของ search engine ในปี 2018ที่มา : Articulate

เพราะฉะนั้นการที่คุณมุ่งเป้า ปรับแต่งทำแต่ SEO ให้ tool อย่าง Google ชอบนั้นเสียเวลาเปล่า คุณควรเริ่มทำคอนเทนต์จากกลุ่มเป้าหมาย โดยเริ่มจากกำหนดการออกแบบตัวแทนของกลุ่มผู้ซื้อ (Customer Persona)

เพื่อปรับปรุงคอนเทนต์ให้เป็นไปตาม SEO อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งหมายถึงการเจาะลึกถึงประเด็นหลักของความสนใจ พฤติกรรมบนออนไลน์ คำถามที่กลุ่มเป้าหมายต้องการหาคำตอบ เพื่อให้ได้คำหลักที่ใช้ในการค้นหา

เนื่องจากอัลกอริทึมของ Google กลายเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกปี เช่น เมื่อคุณค้นหา ‘โป้งตีน’ Google รู้ว่าคุณค้นหาเกี่ยวกับ DJ อาร์ต มารุต

โป้งตีน

เป็นผลมาจากการอัปเดตล่าสุดของ Google ที่ให้อัลกอริทึม RankBrain ใช้การเรียนรู้แบบ machine learning และ AI คอมพิวเตอร์โปรแกมที่คิดค้นและพัฒนาตัวของมันเองได้  โดยเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองจากการใช้ข้อมูลในคลัง Big Data และพยากรณ์คาดการณ์ผลลัพธ์ที่คิดว่าจะใช่ที่สุดต่อคนที่ค้นหา มาช่วยจัดอันดับคอนเทนต์ที่ปรากฏบนเว็บของ Google

พูดให้ง่ายก็คือ AI มันรู้ว่าเราต้องการหาอะไร รู้ว่าเราต้องการผลลัพธ์แบบไหน ต่อให้ใช้คีย์เวิร์ดไม่เหมือนกัน แต่ถ้ามันก็รู้ว่าเราต้องการผลลัพธ์แบบไหนมันจะแสดงออกมาได้ เช่น เมื่อมีคนค้นหาจะปรากฏคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับ DJ อาร์ต มารุต โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำหลักเฉพาะ (specific keywords) ว่า อาร์ต มารุต แต่พิมพ์คำว่า ‘โป้งตีน’ เจ้า Google ก็จะพยากรณ์ได้ว่าหมายถึงผลลัพธ์อะไร

สรุปก็คือ ถ้าอยากให้เว็บไซต์ติดอันดับ นอกจากต้องมีคีย์เวิร์ดที่ใช่แล้ว เนื้อหาคอนเทนต์ควรมุ่งเน้นไปที่การทำคำตอบให้กับคำถามของกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดด้วยนั่นเอง

Content ไม่ได้มีแค่บทความ

  • Infographics
  • Memes
  • Interviews
  • eBooks
  • Podcast
  • Product reviews
  • “Top 20” Lists
  • Online polls
  • Guest posts
  • Research
  • Online Tutorials:
  • VDO Viral

กระจายเนื้อหาลิงก์ URL

Traffic จะเข้ามาจากช่องทางใดได้บ้าง

  1. Organic: มาจากการค้นหาบน (Search Engine)
  2. Direct: เป็นการพิมพ์ชื่อ URL เว็บไซต์เข้ามาโดยตรง
  3. Referral: เป็นการอ้างอิงข้อมูลของเว็บไซต์อื่นกลับมาที่เว็บไซต์เราเช่นการทำ external links หรือBacklink
  4. Social: เอาลิงก์เว็บไซต์ไปแชร์ลงบน Social Media
  5. Paid Traffic (Bonus): Traffic ที่เข้ามาจากการซื้อโฆษณา

คอนเทนต์ถ้าไม่เผยแพร่ที่อื่นก็เหมือนมีสินค้าดีแต่ไม่ได้โปรโมท ควรนำลิงก์ของคุณนั้นเผยแพร่ลงใน Social Media หรือเว็บไซต์บล็อกอื่นๆ และอ้างอิงกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณ เป็นการสร้าง external links กลับเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา และยังรวมถึงการที่ต้องมีลิงก์จากบทความอื่นๆ ในเว็บไซต์ของเราอยู่ในบทความที่เรากำลังเขียนอยู่ด้วย เพื่อสร้าง internal links ให้คนอ่านอยู่ในเว็บไซต์ของเรานานๆ และยังเป็นเทคนิคที่ใช้ลด bounce rate ได้ดีอีกด้วย

บอกให้โปรแกรมเมอร์ทำ Sitelink ซะ

เป็นได้มากที่ผู้ใช้งานอาจหาข้อมูลที่พวกเขาต้องการไม่พบบนหน้าเว็บไซต์ จนส่งผลให้พวกเขาไม่คลิกใดๆ และออกจากเว็บไซต์ทันที

แต่ถ้าเว็บไซต์มี Sitelink จะช่วยได้ เนื่องจากมันจะแสดงผลหน้าย่อยบนเว็บไซต์ทันทีบนหน้าค้นหาของ Search Engine ทำให้ผู้ค้นหามีโอกาสคลิก ไปยังหน้าเว็บของคุณมากขึ้น เช่นตัวอย่างด้านล่าง

Sitelink

อย่างไรก็ตาม การเดินไปบอกโปรแกรมเมอร์ให้ทำ Sitelink มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก Sitelink เกิดจากการที่ Google คัดเลือกขึ้นมาเอง มันไม่มีสูตรสำเร็จ แต่สิ่งที่พอทำได้คือการทำให้ bot ของ Google เข้าใจโครงสร้างลิงก์บนเว็บไซต์ของเรา โดยเริ่มจากการเชื่อมเว็บไซต์เข้ากับ Google search console และทำ Sitemap ส่งไปที่ Google search console จากนั้นชื่อและ Meta Description ต้องมีคีย์เวิร์ดด้วย

Google Sitelinks

Google Sitelinks คือ สิ่งที่แสดงว่าเว็บเรามีคุณภาพดี และได้รับความเชื่อถือจาก Google อีกทั้งยังเป็นการดันผลลัพธ์ของคู่แข่งคนอื่นให้ไปอยู่หน้าสองอีกด้วย เพราะ Sitelink ใช้พื้นที่แสดงผลมากกว่าปกติ

เขียนคำตอบของปัญหา เพื่อใช้  Featured Snippets 

Featured Snippets คือ Answer Box หรือ Position Zero เป็นฟีเจอร์ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2016 และบอทจะดึงขึ้นมูลขึ้นมาเองอัตโนมัติเหมือนไซต์ลิงก์ (คุณบังคับ Google ไม่ได้) เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่เป็นคำตอบ สำหรับคำถามของผู้ค้นหาโดยตรง ทำให้ผู้ค้นหาไม่จำเป็นต้องออกจากหน้า Google เพื่อไปค้นหาข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ แต่เป็นการดึงคำตอบบนหน้าเว็บไซต์มาอยู่บนผลการค้นหาเลยนั่นเอง แน่นนอนในคำตอบต้องมีคีย์เวิร์ดด้วย เช่นตัวอย่างด้านล่าง

Featured Snippets การเลือกคีย์เวิร์ด

การแบ่งหมวดหมู่เลือกคีย์เวิร์ดสามารถแบ่งได้หลายแบบ แต่หลักอยากให้แบ่งออกเป็น 2 แบบก่อนก็คือ Commercial Keyword และ Information Keyword

  • Commercial Keyword คือ คีย์เวิร์ดที่ทำเงิน
  • Information Keyword คือ คีย์เวิร์ดที่ให้ข้อมูล คนไม่ค่อยนิยมซื้อ Ads

ตัวอย่างของ Commercial Keyword และ Information Keyword

Commercial Keyword

Commercial Keyword

Information Keyword

Information Keyword

ในฐานะนักการตลาดเราแนะนำให้คุณควรทำทั้งสองหมวด

โดยให้เลือกจาก Main keywords ของธุรกิจ เช่น

  • ที่พัก เชียงใหม่
  • ของฝาก เชียงใหม่
  • ร้านอาหาร เชียงใหม่
  • ร้านกาแฟ เชียงใหม่

และเอาคำเหล่านี้มาแบ่งเป็น Commercial Keyword และ Information Keyword

main keywords

ฝั่ง Information Keyword จะเป็น Longtail Niche keyword และเป็นคอนเทนต์ที่คนต้องการอยากรู้ก่อนจะตัดสินใจซื้อจาก Commercial Keyword ด้านซ้าย

keywords seo

นอกจากนี้ยังมีคีย์เวิร์ดที่น่าสนใจนำไปทำคอนเทนต์ต่อ เพื่อให้เว็บไซต์เราติดอันดับได้ด้วย วิธีง่ายๆ ก็คือเอาเจ้าประโยคเหล่านี้ไปใส่บนพาดหัวบทความเลย และอย่าลืมใส่ตรง Meta Description ด้วย

นอกจากนี้ยังมีทคีย์เวิร์ดที่น่าสนใจนำไปทำคอนเทนต์ต่อ เพื่อให้เว็บไซต์เราติดอันดับได้ด้วย วิธีง่ายๆ ก็คือเอาเจ้าประโยคเหล่านี้ไปใส่บนพาดหัวบทความเลย และอย่าลืมใส่ตรง Meta Description ด้วย

คีย์เวิร์ด โครงสร้างเว็บไซต์ และคอนเทนต์ คือ ‘กุญแจสำคัญ’ ในการเพิ่ม organic traffic ยิ่งข้อมูลของคุณตอบโจทย์ผู้บริโภค โครงสร้างเว็บไซต์แข็งแรงเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน และเว็บไซต์สามารถแสดงได้บนทุกอุปกรณ์สื่อสาร ผลลัพธ์นั้นจะยิ่งทำให้แบรนด์ถูกหาเจอและเพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ให้มากขึ้นเท่านั้น

และทั้งหมดนี่ต้องใช้เวลา

X